www.lillyplace.com

 
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • dark color
  • red color

ลิลลี่เพลส อพาร์ทเมนท์ 02-743-2699

ห้องพักบนถนนสุขุมวิท ที่ทำให้ท่านสัมผัสกับธรรมชาติมากที่สุด ตลอดเวลาของการพักผ่อน

Home กระดานสนทนา

ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน.    ลืมรหัสผ่าน?

อัพโหลดภาพ

Go to bottomหน้า: 1
หัวข้อ : วิถีใหม่...เมื่อรัสเซียนเที่ยวไทยหลังใบไม้ร่วง
#138
CHAN
พลังน้ำใจ: 6
มือปืนรับจ้าง
Moderator
กระทู้: 34
graphgraph
ออฟไลน์ โปรไฟล์

เพศ: ชายชาตรี ที่ตั้ง: กรุงเทพ
วิถีใหม่...เมื่อรัสเซียนเที่ยวไทยหลังใบไม้ร่วง
13.09.2009 00:24
ปริ๊นหน้านี้ Click this button to create a PDF document from this thread (opens in a new window).
วิถีใหม่...เมื่อรัสเซียนเที่ยวไทยหลังใบไม้ร่วง

เมื่อย่างเข้าสู่เดือนกันยายน ของแต่ละปี ชาวรัสเซียนเริ่มมีความรู้สึกว่า ชีวิตในแต่ละวันดูน่าหม่นหมองจากบรรยากาศรอบตัวที่ขมุกขมัวไปด้วยความสลัวบน ท้องฟ้า ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ 17.3 ล้านตารางกิโลเมตรเหนือแผ่นดินรัสเซีย

ยามเดียวกันนั้น เมเปิ้ล ที่ยืนต้นอยู่คู่ประชาชนชาวหมีขาวกว่า 142 ล้านคน ก็ถึงคราเปลี่ยนสี จากเขียวใสกลายเป็นเหลืองปนแดง อยู่กลางความหนาวของอุณหภูมิอากาศ ที่นับวันจะต่ำลง ๆ ภาพเหล่านี้ เกิดขึ้นซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า กับผู้คนที่นั่นในทุกยุคสมัยที่ผ่านมา

และถึงจะเป็นยุคที่แผ่น ดินรัสเซียเคยเจริญรุ่งเรือง จาก การปกครองของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช หรือ ยุคของพระนาง แคทเธอรีน ที่สั่งสมทรัพย์มหาศาลไว้เป็นตำนานประดับแผ่นดินมาถึงยุคสังคมนิยม คอมมิวนิสต์ ผงาดขึ้นเป็นชาติมหาอำนาจระดับโลก มีแผ่นดินมากมายอยู่ภายใต้อุ้งมือ สหภาพโซเวียตรัสเซีย

ทว่าชาวรัสเซียนส่วนใหญ่ ก็ยังดูเป็นคนห่อเหี่ยวซึมกะทือ มากกว่าจะสนุกสนานรื่นเริงเหมือนผู้คนในซีกโลกอื่น ยิ่งในวันที่สังคมนิยมคอมมิวนิสต์เริ่มอ่อนแอลงจนล่มสลายไปในที่สุด ชีวิตของพวกเขาในยามนั้น ก็ยิ่ง หมองหม่นยิ่งกว่าช่วงของวันฤดูใบไม้ร่วงเสียอีก

โลกทั้งโลกต่างมุ่งมองอย่าง สงสัย ว่าเป็นไปได้อย่างไรที่ มหาอำนาจคับฟ้า จะถูกบรรดาอาณานิคมประกาศตัวเป็นเอกราชกันถ้วนหน้า ในขณะที่เศรษฐกิจภายในรัสเซียเอง กลับดิ่งลงเหว พาเอาชีวิตผู้คนทั้งประเทศต้องประสบกับภาวะเลวร้ายที่สุดในชีวิตของพวกเขา!

จนต่อมา...เมื่อถึงยุคการปรับเปลี่ยนแผ่นดินกันใหม่ ดูเหมือน จะเป็นสมัยของนายวลาดิเมียร์ ปูติน อดีตเคจีบี คนสำคัญของรัสเซียนี่แหละที่ขันอาสาประชาชนของเขาเข้ามารับตำแหน่งประธานา ธิบดีในช่วงสมัยรัสเซียตกต่ำอย่างถึงขีดสุด

ปูตินยังมองไกลออกไปอีกว่า ถึงตนจะฟื้นฟูและกอบกู้เศรษฐกิจภายในประเทศขึ้นมาได้ แต่อายุในการยืนอยู่บนตำแหน่ง ผู้นำประเทศนั้น มันขึ้นอยู่กับวาระ ที่มีวันสิ้นสุดลงได้เหมือนกัน

ด้วยสายตาอันแหลมคม เขามองกลุ่มคนหนุ่มสาววัยทำงาน ว่าน่าจะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ตนได้เข้ามาดำรงตำแหน่ง ผู้นำสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง หลังการรั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อจะหวนกลับเข้าสู่ทำเนียบประธานาธิบดีในอนาคตอันใกล้?

ปูตินจึงทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปยังกลุ่มคนทำงาน ด้วยการสนับสนุนและส่งเสริมให้คนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจภาย ในประเทศจนสูงขึ้นร้อยละ 6.7 ในปี 2549 แล้วขยับขึ้นไปถึงร้อยละ 8.1 ในปีต่อมา ส่งผลให้ประชาชนของเขามีรายได้ต่ำสุดอยู่ที่คนละ 18,000 รูเบิ้ลหรือประมาณ 26,000 บาทต่อคนต่อเดือน!

ปัจจัยเกื้อหนุนดังกล่าวนี้เอง ที่เป็นผลพวงให้คนรัสเซียนมีกำลังในการจับจ่ายสูงขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงที่รัสเซียกำลังคว่ำระเนนระนาด สิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนที่สุดในยามนี้ ก็คือการซื้อหา รถยนต์มาใช้ในชีวิตประจำวันของคนในประเทศ ซึ่งพุ่งกระโดดขึ้นในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ผลสุดท้ายก็คือการจราจรที่ติดขัดยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ในมหานครใหญ่อย่างมอสโก หรือเมืองอื่นใดก็ตามที ทั้ง ๆ ที่รัสเซียมีระบบการขนส่งสาธารณะทั้งบนดินและใต้ดิน รองรับมากมายมานานแล้ว

เหนืออื่นใดโดยธรรมชาติของคนแผ่นดินนี้ ถึงชีวิตพวกเขาจะดูซึมกะทือแข็งเป็นแท่งหิน แต่โดยส่วนลึกแล้วพวกเขามักจะเป็นคนสนุกสนานบันเทิงเริงรมย์เป็นชีวิตจิตใจ กับนิยมเดินทางท่องเที่ยวมากกว่าจะเก็บตัวอยู่กับบ้านเรือน

โดยเฉพาะช่วงหนีหนาวหลังฤดูใบไม้ร่วง กับช่วงหิมะปกคลุมพื้นที่ยาวนานกว่า 3 เดือนต่อปี ซึ่งแต่เดิมคนรัสเซียน จะนิยมเดินทางไปสู่กลุ่มประเทศ ในเครือรัฐเอกราชของตนเองมาก่อน ต่อมาถึงเบนจุดหมายปลายทาง ออกไปทางตุรกี

มีข้อมูลที่น่าสนใจอยู่ว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คนรัสเซียนจะเดินทางออกท่องเที่ยวปีหนึ่งเฉลี่ย 20 ล้านคน และประเทศที่กำลังให้ความนิยมในขณะนี้ กลับกลายเป็นทะเลและชายหาด ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีพรมแดนติดกัน โดยเมื่อปีที่ผ่านมาคนแผ่นดินนี้เดินทางไปจีนมากถึง 1,651,175 คน

มาดูที่บ้านเรากันบ้าง...และให้ย้อนกลับไป เมื่อปี 2538 ปีนั้นคนจากแดนหมีขาวเดินทางเข้ามาเพียง 43,692 คน ถึงจะดูน้อยแต่อัตรา การเพิ่มในปีดังกล่าวกลับพุ่งขึ้นไปถึงร้อยละ 213.41 ชี้ให้เห็นว่าชาวรัสเซียนเริ่มให้ความสำคัญในการเดินทางมาท่องเที่ยวไทยมาก ขึ้น

จากนั้นอัตราการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวก็ก้าวขยับไปข้างหน้า ถอยกลับไปข้างหลังบ้างในช่วงที่ บ้านเราเกิดผลกระทบในหลาย ๆ ด้าน แต่ล่าสุดคือ เมื่อปีที่ผ่านมา ดูเหมือนดัชนีจะมีแต่เพิ่มสูงขึ้นโดยตลอด ด้วยมีคนรัสเซียนเข้ามาเที่ยว 319,587 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.23 ใช้วันพักเฉลี่ย ประมาณ 12.18 วัน ต่อคนกับใช้จ่ายเงินวันละ 4,028.89 บาทต่อคน

ทำให้เรามีรายได้เข้าประเทศร่วม ๆ 14,000 ล้านบาท!

ยูรี่ บ็อกดาน็อฟ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทซทัวร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัททัวร์รายใหญ่ของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่ขายรายการนำเที่ยวสู่ไทย บอกว่า คนรัสเซียนชอบทะเลกับความบันเทิง จุดหมายแรกของพวกเขาจึงต้องเป็นพัทยากับภูเก็ต แต่ขณะนี้ คนที่เลือกเดินทางไปไทยซ้ำครั้ง เริ่มขยายออกไปทางเกาะช้าง หัวหิน-ชะอำ และเกาะสมุย มาก กว่าถิ่นอื่น

มาถึงปีนี้...ให้รู้สึกน่าอดสูกับเหตุอาเพศที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย เมื่อ วิษณุ เจริญศิลป์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานมอสโก ออกมายืดอกยอมรับว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวแดนหมีขาวร่วงผล็อยลงทันที 33.14% เมื่อเดือนมกราคมหลังการปิดสนามบินแต่ยังโชคดีที่ค่อย ๆ กระเตื้อง ขึ้นในเดือนต่อ ๆ มา แม้จะยังติดลบอยู่บ้าง

กระทั่งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาตัวเลขก็พลันขยับขึ้นอยู่ที่ 10,504 คน เพิ่มขึ้น 2.04% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตามความหวังที่จะฟื้นคืนท่องเที่ยวชาวหมีขาวให้กลับมาเยือนไทยได้ นั้น คงมิใช่การจัดดอกไม้ ธูป เทียน เพื่อเป็นเครื่องบนบานศาลกล่าวต่อผีบ้านผีเมือง วิธีที่จะต้องรีบขจัดปัญหาที่ว่านี้โดยเร็ว เพื่อแข่งกับความวุ่นวายของกลุ่มคนใส่เสื้อสี ก็คือ การมุ่งหน้าเจาะตลาด ด้วยการนำเสนอสินค้าใหม่ ๆ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มในการเดินทางท่องเที่ยวจากการลดแลกแจกแถม

ที่จะขาดเสียมิได้ก็คือ การสร้างความมั่นใจ ให้เกิดการรับรู้ว่าเมืองไทยปกติสุขในทุก ๆ แห่งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน

เวทีที่ ททท.สำนักงานมอสโกกำลังเตรียมบุกเจาะอยู่ ในขณะนี้ ก็คือการเข้าร่วมงาน ส่งเสริมการขายการท่องเที่ยว MATIW Leisure 2009 ซึ่งเป็นงานสำคัญที่สุดในตลาดรัสเซียและกลุ่มประเทศในเครือรัฐเอกราช (CIS) โดยจัดขึ้นที่กรุงมอสโก วันที่ 22-25 กันยายนนี้

งานนี้จะมี “ผู้ขาย” รวมถึงประเทศไทยเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 1,300 หน่วยงาน จาก 116 ประเทศ ขณะที่มีผู้ชมงานปีหนึ่ง ๆ ไม่ต่ำกว่า 75,000 คน โดยจะมีภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยไปร่วมเสนอขาย 46 ราย จาก กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต เกาะสมุย กระบี่ หัวหิน เกาะช้าง

หลังจากนั้นก็จะจูงมือภาคธุรกิจเอกชน ไปทำโรดโชว์ยังประเทศยูเครน ที่เมืองเคียฟ ซึ่งนับเป็นตลาดใหม่น่าสนใจ ด้วยมีอัตราการเติบโตที่น่าพอใจ โดยจะเปิดเวทีเจรจาธุรกิจกับ ผู้ประกอบการนำเที่ยวพื้นที่ ดังกล่าว 65 ราย ในวันที่ 28 เดือนเดียวกัน และหลังจากนั้นคือ 30 กันยายน จะเคลื่อนขบวนไปพบปะผู้ประกอบการ นำเที่ยวที่เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของรัสเซีย คือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ขณะเดียวกันวิษณุ เจริญศิลป์ ยังบอกอีกว่า ททท. กำลังเตรียมเปิดเกมรุกด้วยการวางแผนดึงคนรัสเซียนเที่ยวไทยช่วงฤดูร้อนของ พวกเขา คือ ระหว่างเมษายนไปจนถึงสิงหาคม ซึ่งช่วงดังกล่าวคนถิ่นนี้จะนิยมเที่ยวภายในกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช กันเอง

แต่ถ้าเราบอกเขาว่า ทะเลบ้านเรามีสองฝั่งให้เลือกทั้งอ่าวไทยและอันดามัน สามารถเที่ยวสลับกันได้ทั้งปีและช่วงเดียวกันนั้น ห้องพักเมืองไทยรวมถึงเส้นทางการบินไม่แออัดยัดเยียด แถมมีราคาถูกกว่าช่วงปลายปีที่หนีหนาวกันไปเสียอีก

ตรงนี้แหละ ที่น่าจะเป็นแม่เหล็กดึงชาวหมีขาวให้เที่ยวไทยได้ตลอดทั้งปี...ถ้าไม่มี ปัจจัยลบมาเป็นตัวทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวเสียก่อน!!.

บริสุทธิ์ ประสพทรัพย์
จาก :เดลินิวส์ ออนไลน์
 
Last Edit: 13.09.2009 00:26 By CHAN.
The administrator has disabled public write access. ขึ้นบน
Go to topหน้า: 1
ผู้ดูแลบอร์ด: CHAN, phat_na, End
www.lillyplace.com
www.lillyplace.com